ตำรวจอินเดียใช้ไม้ไล่ตีประชาชนที่ฝ่าฝืนมาตรการห้ามออกจากบ้าน 3 สัปดาห์ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ล่าสุดอินเดียพบผู้ติดเชื้อแล้ว 562 คน เสียชีวิต 11 คน

หลังจากอินเดียประกาศล็อกดาวน์ประเทศเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ห้ามประชาชนออกจากบ้าน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งมีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ ทำให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องวางกำลังคุมเข้มตั้งด่านตรวจตามท้องถนนสายต่างๆ ในหลายเมืองทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ประชาชนออกจากบ้าน แต่ปรากฏว่ายังมีประชาชนออกมาขับขี่ยวดยานตามท้องถนน ทำให้ถูกตำรวจใช้ไม้ไล่ตีอย่างไม่ไว้หน้า พร้อมกับไล่ให้กลับเข้าบ้าน

อย่างไรก็ดี ตำรวจในบางเมืองยังพอจะมีจิตใจเมตตาอยู่บ้าง ด้วยการลงโทษชาวบ้านที่ฝ่าฝืนด้วยวิธีละมุนละม่อม อย่างการวิดพื้น ทำท่าลุกนั่ง ทำท่าสควอต ซึ่งล้วนเป็นท่าออกกำลังกายกลางถนน รวมไปถึงปล่อยลมยางรถด้วย ส่วนสาเหตุที่ประชาชน ต้องฝ่าฝืนออกมานอกบ้าน เนื่องจากต้องออกมาซื้ออาหารกลับไปให้ครอบครัวเพราะที่บ้านไม่ได้กักตุนอาหาร รวมถึงบางส่วนเป็นแรงงานที่ต้องเดินเท้าหรือนั่งรถจักรยานยนต์กลับบ้าน เนื่องจากระบบรถไฟ และขนส่งสาธารณะถูกสั่งปิดทั้งหมด ขณะที่ชาวบ้านที่ออกไปซื้อสินค้าก็ต้องเผชิญมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยต้องเข้าไปซื้อของภายในซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดทีละคน และต้องอยู่ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร

ขณะที่ทางการท้องถิ่นกรุงนิวเดลีส่งเจ้าหน้าที่แจกจ่ายอาหารให้กับคนยากจนและแรงงานที่ได้รับค่าจ้างรายวัน ซึ่งเดือดร้อนจากมาตรการปิดเมืองนาน 2 สัปดาห์ ขณะที่รัฐบาลผ่านร่างกฎหมายอนุมัติงบประมาณ 22,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 690,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่มีฐานะยากจนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดในครั้งนี้ อินเดียพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 แล้ว 562 คน และมีผู้เสียชีวิต 11 คน